พอดีได้HDDตัวใหม่มาเทส3-4ลูก เลยมารีวิวให้ทุกท่านดูครับ

สำหรับผลเทส Western Digital SATA 750GB 2.5" 7200RPM ดูจากรูปได้เลยครับ Read-Write เร็วดีครับ

ผลเทสครับว่า HDD Notebook 2.5" WD7500BPKT Scorpio Black แรงแค่ไหน

ReadและWriteก็แรงพอๆกันนะครับ ไม่ใช่แค่Readแรงแต่ Writeต่ำ อันนั้นก็เป็นคอขวดนะครับเวลาย้ายข้อมูลแบบเต็มลูกทีเดียวเพราะจะไปช้าเป็นคอขวดกับอีกลูกที่ค่าWriteต่ำๆอยู่ดีครับ

ผลออกมาแรงกว่าHDD PC 3.5"ลูกใหญ่หลายๆตัวเลยครับ เอาไปใส่ในNotebook/MacbookหรือNetbookรับรองแรงฉิว









ผลที่ออกมาแรงจริงๆครับเมื่อเทียบกับHDD Notebook 2.5" ที่ใช้จานหมุนรุ่นอื่นๆ และยังเร็วกว่าHDD PC 3.5"หลายๆรุ่นเลยครับ อีกทั้งค่า Writeก็สูงมากเลยครับ
 
ไม่รู้จะเริ่มยังไง...งั้นเริ่มจากแกะกล่องเลยแล้วกัน




ติดตั้งเครื่อง กับ จอ 30 นิ้ว ราคา 40,000 บาท


หลังจากนั้นก็เริ่มแกะเครื่อง


ไหน ๆ ก็ซื้อคอมทั้งทีเอาให้แรงกันไปเลย...กับการ์ดจอ Quadro 6000...2 ตัว
เรื่องราคาค่าตัวของเจ้านี่ราคา.....(หาในเว็บกันดู)



ไหน ๆ ก็ซื้อคอมทั้งทีเอาให้แรงกันไปเลย...กับแรม 24 GB



สภาพช่องใส่ HDD 2TB กับ SSD 256 GB


CPU-Z กับ Intel Xeon X5690 ... 2 ตัว


ต่อมาก็ถึงคราว UPS บ้างครับ อันเก่ามันไหม้ไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจาก Over Load
แต่ตัวนี้ สามารถใช้งานได้ครับ Max Load อยู่ที่ ประมาณ 75 % ครับ ถือว่าใช้ได้ดีทีเดียว



ส่วนความแตกต่างของการ์ดจอทั่วไปกับการ์ด Quadro นั้น มันก็แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดครับ
อย่างเช่นโปรแกรม Solidworks 

ภาพนี้เป็นการ์ดจอทั่ว ๆ ไปครับ(การ์ดจอทั่ว ๆ ไปไม่สามารถปรับระดับกราฟฟิคได้)


ภาพนี้เป็นผลจากการใช้ Quadro (เมื่อใช้ Quadro ในโปรแกรม Solidworks จะสามารถใช้คุณสมบัติ Real view ได้)


และภาพนี้ปรับแบบ Maximum


จากการใช้งาน 2 x Quadro 6000 แล้วจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนในเวลาทำงาน
ความกระตุกของภาพขณะทำงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น 
- Solidworks : Asambly ขนาด >5,000 Part
- Catia : Asambly ขนาด >5,000 Part
- AutoCAD 2D : เขียนงานขนาด >1,000,000 เส้น
- Ansys : สามารถแสดงผลขนาด 1,000,000 Element ได้อย่างสบายโดยที่การ์ดทั่ว ๆ ไปถ้าเกิน 50,000 ก็จะมีอาการค้าง

ภาพตัวอย่างงานบางส่วน

- Solidworks
เป็นงานออกแบบศาลา ทรงไทย (หน้าจอตอนทำงานนะครับ ไม่มีการ Render แต่อย่างใด)






- 3Ds Max
ภาพก่อน Render ตอนประกอบโมเดล


ภาพนี้ Render เสร็จ


ภาพงานอื่น ๆ




 
เฮ้อ สวัสดีครับ วันนี้บทความที่เขีนเป็นมินิสกู๊ป โดยอันเนื่องมาจาก การที่มีคนถามผมเยอะมากว่า

ทุกวันนี้ผมเองก็พูดได้เลย ทั้งบน msn + inbox มักมีคนพูดกับผมว่า

- ผมใช้ไม่ถึงหรอก dpi ขนาดนั้น 
- ไม่ก็ถามผมว่า มันทำโชว์เทคโนโลยีกันหรือไง
- เม้าโอเกอผม2000 dpi ไอพวก ซื้อ 5600 dpi มันซื้อไปดองรึไง
- เม้าเเพง มีอะไรดี นอกจากเท่

วันนี้ ผมเลยได้ฤกษ์ ไขข้อข้องใจของหลายๆท่านนะครับ นานๆจะว่างมาเขียนพวกรีวิว เม้าคีบอดซะทีครับ เนื่องจากปกติผมเรียนเยอะมาก เเต่ทุกวันนี้ยังคงมีเมลมาวันละฉบับสองฉบับ พอดีวันนี้มีมา 4 ฉบับ เเละถามเรื่องเดียวกัน + กับมีคนถามมาบ่อยมาก ผมเลยเอามาเขียนให้อ่านกันซะเลย ว่า DPI เทพๆ มันทำไปเพื่ออะไร

ผมจึงขอเอาคำถามมาเรียง เเละตอบทีละคำถามนะครับ

1 DPI เยอะๆ มันมีไปเพื่ออะไร

ตอบ เม้าที่มีdpi สูงๆ มีไว้เพื่อ ให้เราปรับ dpi สูงๆ เเละปรับ window pointer speed เเละAccelerator ต่ำๆครับ - - - เเล้ว accelerator คืออะไร - - - คือโปรเเกรมที่ช่วยเร่งเม้า ที่มี dpi ต่ำ ทำงานได้เร็วขึ้น เเต่ข้อเสียคือเม้าที่ได้ ความเร็วจะไม่สม่ำเสมอครับ เช่นท่านเลื่อนระยะ ซ้ายไปขวา 2 เซ็นเท่ากัน เเต่ความเร็วในการเลื่อนต่างกัน ระยะทางที่เม้าวิ่ง จะต่างกันครับ เนี่ยเเหละ ที่ทำให้เป็นข้อเสียของเจ้าโปรเเกรมนี้


เเล้วเราควรปรับยังงัยทางที่ดีการเริ่มปรับ ให้ปรับ dpi สุดไปก่อนเลยครับ เเละไปที่หน้า control panel > mouse เเละลดค่าเม้าของวินโดมาอยู่ที่กลางครับบ เเละลดค่า accelerator จากซอฟเเวเม้าตนเหลือน้อยที่สุดคือ 0 หรือ 1 ดังรูปครับ

รูปโชคือของวินโดว์ ที่คสรจะเป็น เรเซอร์(DeathAdder3.5G) เเละลอจิเทค (Setpoint) นะครับ พอดีไม่ใช่ Gaming Setpoint เป็น Setpoint ของเม้าสาย Ergronomics เเต่การตั้งค่า+ภาษาที่ใช้เหมือนกันเลยครับ




ถ้าเม้ายังเร็วไป เราจึงค่อยๆปรับลด dpi ครับ

ถ้ามาถึงขั้นนี้เเละท่านยังไม่ได้ใช้ max dpi จึงค่อยบอกว่า "dpi สูงๆ เราไม่ได้ใช้จริงๆ" ได้ครับ เเต่ผมว่า ถ้ายังไม่เกิน 3200 dpi เอามาเล่นบนจอ 1080p อย่างผมไม่ไหวนะครับ - -

ปล 5600dpi ผมยังได้ใช้เต็มๆเลยนะครับ เพราะยิ่งปรับ window mouse speed ลงไปได้เท่าไหรยิ่งดีครับ เอาให้ต่ำสุดเลย

ปล 5600dpi??? - ท่านอย่าลืมนะครับว่าเกมเมอบางคนเช่นผมเคยทำ คือต่่อจอ 3 จอ multiple moniter เเละเล่นเกมใช้ทั้ง 3 จอ ฉะนั้นหากเม้าไม่ใช่ 5600dpi ลากกันตายเลยครับ (ผมคนนึงละได้ใช้) รวมไปถึงบางคนที่มีจอ 4 ล้านพิกเซลครับ เช่นจอเเมค หรือ HP รุ่นทอปเช่นกัน


2 เม้าoker กับ Sidewinder มันก็ 2000dpi เหมือนกัน เเต่ทำไมราคา oker ตัวละ 200 อีกตัวละ 2000

มันต่างกันที่ ความเสถียรครับ ก็คือ Mouse Accelarator นั่นเเหละ เเต่เป็นจาก sensor ของตัวเม้าครับคือ เม้าoker เนี่ย ท่านลองส เวลาลากเร็วๆ เเล้วหยุด ท่านจะต้องมองหามันว่า ลูกศรไปหยุดอยู่ตรงไหน เเต่ถ้าเป็นเม้ารุ่นสูงๆเนี่ย ค่าการเลื่อนเม้าจะเเม่นยำมากครับ หากใช้จนชิน ท่านจะรู้ได้เลยว่า เลื่อนขนาดนี้ เม้าไปหนุดที่ตรงไหน เพราะค่า sensor มีeffiency สูงมาก คือเลื่อนเร็วขึ้นก็อ่านค่าไม่ผิดพลาดไปจากเดิมเท่าไหร่เลย 

(ถ้าเม้า oker เลื่อนช้าๆ 1 cm กับเลื่อนเร็วๆ 1cm ระยะทางที่เม้าวิ่งบนจอจะไม่เท่ากันครับ ลองดูดิ - -)

3 เม้าเเต่ละยี่ห้อ Logitech, Microsoft, Razer, Steelseries, Cooler Master, Silverstone, A4, oker จะซื้ออันไหนดี (นอกจากปัจจัยด้านความถนัด) 

ผมพูดง่ายๆละกันครับ

- Logitech - เทคโนโลยีชั้นสูง(มากๆ) เซ็นเซอที่เที่ยงตรงที่สุดในบรรดาทุกยี่ห้อ ดีเลย์ที่น้อย เเละซอฟเเวร์ที่ดี อับเดตบ่อยๆ ประกันเทพ2-5 ปีเเล้วเเต่รุ่น (ส่วนมาก 3) ใช้ไปเหอะครับ บางทีเกินประกันยังไม่พังเลย ข้อเสียคือ มันทำสำหรับคนมือใหญ่ครับ เเละทำสำหรับการจับเม้าเเบบ claw เช่นรุ่น G9x เเละเเบบ palm คือรุ่น G500 เเต่ไม่มีเเบบ fingertip (เเต่ส่วนมากไม่มีใครจับเเบบนี้เล่นเกมเท่าไหร่หรอกครับ - -)ก็ถือว่าเวิคเลย ถ้าคุณจับถนัด

- Microsoft - เม้าเล่นเกมระดับกลางของไมโครซอฟ เเม้มีดีไซน์ห่วย เเต่ การใช้งาน ดีเทียบลอจิเทคครับ เซ็นเซอร์ชั้นสูง + ประกัน 3 ปี เเละประกันง่ายที่สุดในทุกยี่ห้อครับ - -

ทำให้หลายๆรุ่นเป็นที่นิยม ข้อเสียคือ เม้าเล่นเกมรุ่นสูงๆคือ Sidewinder X8 ไปดูข้อเสียที่ข้อสุดท้ายครับ

- Razer - บริษัทที่ทำเม้าเล่นเกมโดยตรง มีเทคโนโลยีสูงครับ เเต่ sensor ยังไปได้ไม่ดีเท่า Logitech เเต่ที่เหนือกว่าคือ เรเซอมีเม้าเล่นเกมไร้สายที่ดีกว่า ( Razer MAMBA VS Logitech G7 ) เเต่ราคาก็ 2 เท่าเช่นกัน (4590 VS 2390) - -"

ที่สำคัญ มันพังง่ายมากกกกกกกกกกกกกกก + ประกันปีเดียว ถ้ามันพังก่อนประกันก็รอดไปครับ เเต่ไปพังหลังประกันเพิ่งหมดนี่ ผมว่าร้องไห้เเน่ๆ อาการเม้าดับเบิ้ลคลิก พบได้บ่อยมากๆ ใน razer

ที่รองเม้า sphex ก็ลอกง่าย destructor ก็กินขาเม้าเร็วเว่อๆๆ จนเรเซอเอาขาเม้าของตัวเองมาขาย เเยกสำหรับบคนที่ขาเม้าไม่เหลือเพราะที่รองเม้า(555555)

อีกอย่างคือ มันชักกะเหมืิอนโนเกีย คืออกเม้าใหม่บ่อยมาก 5เดือนนี้ออกมา 4 รุ่นครับ - -

ตอนนี้ ตัวใหม่เพิ่งลงหน้าเวป impretitor ผมว่ามันดูน่าสนนะ ใครไม่สนว่ามันเจ๊งง่าย จะเอาเทคโนโลยี ผมเเนะนำ razer ครับ (จริงๆ ไม่ได้ประชด เพราะผมก็ใช้อยู่)

- SteelSeries ผมว่านี่ห้อนี้ มีดีที่หูฟังเเละที่รองเม้าครับ สำหรับเม้าเเละคีบอดของ SS จะเเพงกว่ชาวบัานครับ ดรไซเหมือนเม้า 199 เเบบว่ลูกเล่นมันน้อยมากๆ เเต่เรื่องการใช้งานจริงล้ะเมพครับ ไม่นับดรื่องจับถนัดนะครับเพราะมันเเล้วเเต่คน

ฟังชั่นปรับ dpi ได้ละเอียทีละ 1 dpi มันก็เกินความจำเป็นครับ ตลกละ ยี่ห้ออื่นเค้าทีละร้อยยงหาความต่างไม่เจอเลย - -

เเต่ข้อดีคือมันเจ็งยากครับ + เซ็นเซอที่ดีมากๆอยู่

- Silverstone Raven มันเป็นเม้าที่ผมว่าทำมาเเปลกๆ ไม่เวิค เเต่ก็ไม่เเย่ครับ เซ็นเซอระดับกลาง + มีไฟ ทนทานพอสมควรครับ

- Cooler MMaster ผมเองยังไม่ได้ลองครับ เลยพูดไม่ได้ตรงๆ เเต่ที่ผมได้ยินมาคือ นอกจากสวยเเล้ว เทคโนโลยียังสู้ยี่ห้ออื่นไม่ได้เลย อันนี้ผมไมคอนเฟิมครับ

-A4 เป็นเม้าเล่นเกมที่ผมว่า มันเเปลกๆ โดยเฉพาะไอปุ่มยิง 3 ทีเนี่ย ผมว่ามนรำคาญที่นิ้วผมนะ กดไปโดนบ่อยมากๆ คือ ยี่ห้ออื่นเค้าทำเป็นมาโคร จะปรับอะไรก็ได้ เเต่ A4 บังคับว่าปุ่มนี้คือปุ่มยิง 3 ครั้ง ผมก็งงๆ มันจะทำมาทำไม สรุปเเป้กครับ ราคาก็พอๆกะ razer salmosa เลย อะ - - (700)

- oker เป็นเเยรนที่คุ้มราคามากๆๆๆๆๆๆครับใครถามผม งบ8-9ร้อย ผมเเนะนำยี่ห้อที่เลย 200 พอ เวิคที่สุดละ


4 เม้าเเพงๆ นอกจากเท่เเล้ว มีอะไรดี

ก็มีทีบอกไปน่ะครับ วัสดุ เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ที่เเม่นยำไม่เพี้ยน ซอฟเเวดีๆเเทนที่จะเอาจากวินโดว์ ประกันที่ดี เเละความพอใจ

5 เม้าที่โฆษณาว่า ไม่ต้องใช้โปรเเกรม มันดีจริงหรือ ???

มันจะไปดีได้ไงล่ะครับ เพราะเท่ากับมันใช้pointer speed ของวินโด - -

6 Onboard Mem สำคัญมั้ย

อันนี้ก็เเล้วเเต่ท่านนะครัยบ ว่าท่านออกไปไหนมาไหนมั้ย หรือถอดเม้าเข้าออกบ่อยหรือเปล่า เม้าราคาต่ำกว่าพนไม่มีหรอกครับ เพราะมันลงทุนพอสมควรเลยหละ

7 เม้า ไร้สาย เล่นเกม ออกมากันพอสมควรเเล้ว มันเวิคจริงมั้ย

Razer Mamba - เวิคครับ wireless no Delay มีอยู่บนโลกจริงๆ
Razer Orochi - เเป้กนิดๆครับ สาเหตุสำคัญคือ พอท่านต่อบลููะ เเละเเบบเสียบสาย ดีเลย์เม้าดันนไม่เท่ากัน ทีนี้เหมือนมีเม้า 2 ตัวอะครับ ตัวนึงช้า ตัวนึงเร็ว เวลาเล่นมันจะไม่ชิน
MS Sidewinder X8 - มันเวิคนะครับ ดีเลย์มีมากกว่าเเมมบ้า เเต่ก็น้อยมาก ที่มันไปเเป้กคือ bluetrack ครับ มันไม่เหมือน darkfield ของ logitech คือ มันไม่เสถียรครับ ท่านเม้าบางที ถ้าจอละเอียด 1080p จะเห็นเม้าสั่นชัดเจนเลยครับ - -
 
Intel Sandy Bridge-E Can Reach Close to 5 GHz on Air-Cooling

As Intel's Core i7 "Sandy Bridge-E" processors in the LGA2011 package inch closer to their mid-November launch, there is already hectic activity among manufacturers of related components such as motherboards, memory, and coolers. By now, a large section of the industry has engineering samples to help design and test their components. OCWorkbench was witness to one such pre-release setup on which a Core i7 "Sandy Bridge-E" (unknown model, could even be quad-core for all we know), overclocked to 4.92 GHz with a "regular" air-cooler. The chip was idling at 45?C. 

Sandy Bridge-E, as we know, can be effectively overclocked by increasing its base clock (BClk). On this particular setup, the BClk was set at 120 MHz, with a multiplier value of 41X, and core voltage of 1.51V. The memory used was DDR3-2400 MHz with CAS latency of 10T. This is particularly encouraging, not just to enthusiasts on a tight budget, but also the cooling products industry in general. Core i7 "Sandy Bridge-E" retail boxes don't contain a cooling solution, and Intel has been showing off its branded closed-loop water-cooling solution (to be purchased separately) as something that's "recommended" for Core i7 "Sandy Bridge-E". This gave many an impression that you need at least closed-loop water coolers for any hope of achieving decent overclocked speeds with these chips, and that perhaps these chips are bad overclockers in general. The likes of Xigmatek, Thermalright, Noctua, and Scythe can breathe a huge sigh of relief.
Sandy Bridge-E ที่คาดว่าจะวางตลาดช่วงกลางเดือนหน้า เหล่าบรรดาผู้ผลิต เมนบอร์ด แรม อุปกรณ์ระบายความร้อนก็ได้ทยอย
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกมารอรับซีพียูตัวใหม่จากฝั่งสีฟ้ากันอย่างถ้วนหน้า ในที่สุดก็ถึงคราวของซีพียูตัว ES ออกมาให้เหล่า overclocker ทั้งหลายได้ทดสอบ เพื่อหาจุดบกพร่องและเป็น final test ก่อนวางขายอย่างเป็นทางการ 
OCWorkbench คือหนึ่งในบรรดาเวปที่ได้ลองก่อนใคร แต่ไม่มีการเปิดเผยถึง รุ่น รหัส 
สิ่งที่น่าประทับใจคือซีพียูสามารถลากไปได้ไกลเกือบ 5Ghz
บนซิ้งค์ลม อุณหภูมิ idle 45 องศาเซลเซียส (มาบ้านเราคงจะไม่ได้ขนาดนี้แน่)

Sandy Bridge-E สามารถที่จะ OC โดยการเพิ่มค่า Bclk ได้มากกว่ารุ่นเก่าพอสมควร โดย OCWorkbench
ได้ทำการตั้งค่าต่างๆโดยตั้ง Bclk ที่ 120 และเพิ่มตัวคูณไปที่ 41 โดยมีการจ่ายไฟเลี้ยงซีพียูที่ 1.51V

แหล่มขนาดนี้ค่ายยักษ์ใหญ่วงการ Cooling คงจะชอบใจเพราะแว่วข่าวมาว่า Sandy Bridge-E จะมีขา่ยแต่ตัวซีพียู
ระบบระบายความร้อนก็ต้องเลือกหากันมาใช้เอง โดยที่ Intel ก็ออกระบบระบายความร้อนของตัวเองออกมาขาย
แยกต่างหากเหมือนกัน 

จะดังแต่ท่อล้อไม่หมุนหรือเปล่า ต้องรอลุ้นกันอีกที 


source: http://www.techpowerup.com/154160/In...r-Cooling.html ,
ซีอีโอของ Western Digital ออกเตือนผู้ลงทุนว่าผลกระทบของน้ำท่วมในไทยนั้นกระทบต่อ Western Digital มากกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ โดยส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัท 375 ล้านถึง 475 ล้านดอลลาร์ ไม่นับค่าเสียหายแบบครั้งเดียว เช่น ค่าซ่อมแซมและค่าเปลี่ยนเครื่องจักร

Western Digital ระบุว่าบริษัทยังมีสต็อกสินค้าให้พอผ่านเดือนธันวาคมนี้ไปได้ "อย่างจำกัด" แต่ปัญหาหนักคือปีหน้า โดยบริษัทจะต้องแก้ปัญหาต่อไปโดยตอนนี้เตรียมโยกสายการผลิตไปยังโรงงานในมาเลเซียและฟิลิปปินส์

ส่วนราคานั้น ผลกระทบในประเทศไทยจะทำให้ต้นทุนด้านลอจิสติกส์สูงขึ้น การสั่งสินค้าจำนวนมากๆ เพื่อให้ได้ราคาถูกจะทำไม่ได้เช่นเดิม ส่งผลให้ราคารวมสูงขึ้น
กำไรไตรมาสที่แล้วของ Western Digital คือ 239 ล้านดอลลาร์ คิดง่ายๆ ว่าน้ำท่วมครั้งนี้ทำกำไรของบริษัทหายไปประมาณครึ่งปี

ที่มา - Blognone , The Register