วันนี้ก็เกิดการการเบื่อๆเซ็งๆอยู่เล็กน้อยจนถึงเซ็งๆมาก เลยคิดว่ามานั่งทำอะไรแบบนี้ซักหน่อยดีกว่า สำหรับเรื่องที่เขียนในวันนี้ไม่ได้ไปเอาของฝรั่งหรือว่าของคนอื่นมานั่งแปลให้อ่านกันนะครับ นั่งเขียน จากการที่ผมได้ทดลองเล่นกันจริงๆกับ AMD Phenom II X4,X3 และ X2 อยู่มากพอสมควรครับ ปีนี้ก็ซื้อทั้งเมนบอร์ดกับซีพียูมาลองเล่นอยู่มากมายพอสมควรก็หมดไปเยอะ แต่ก็ความสุขที่เสียเงิน ไม่ได้ไปสร้างความเดือนร้อนแก่คนอื่นทุกๆวันนี้ไปเดินพันทิพย์ก็จะมีตามร้านมักจะแซวๆว่า วันนี้จะมี ซีพียูอะไรไปเล่นอีก ไม่งั้นก็ถามว่าวันนี้จะซื้อเมนบอร์ดรุ่นอะไรอีก ทั้งๆที่ของเทสที่ส่งมาเทสก็จริงๆ แล้วก็สามารถเอามาเล่นได้ แต่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ของตัวเองยังไงเล่นก็ไม่มีทางรู้สึกดีเท่าของตัวเอง ที่เล่าให้ฟังก่อน เดี๋ยวจะมีพวกมาหาว่าอวดล่ำอวดรวยว่าจากขับ 350Z แล้วมาเปลี่ยนเป็น Honda อีกก็ผมไม่ได้ทำงานประจำควบทั้งสองอย่างนี่หว่า จะเอาตังที่ไหนไปเติมน้ำมันเครื่อง V6 3.5 ลิตรได้ไงบอกตรงๆผมเป็นคนรักด้านคอมพิวเตอร์มาก ผมก็คิดว่าทำอะไรก็ทำซักอย่างให้จริงจังไปเลยจะดีกว่า นอกเรื่องไปเยอะ แต่พูดจริงๆมันก็เขียนออกมาจากความเก็บกดที่อยู่ในใจของผมนั้นแหละ วันๆก็นั่งอยู่หน้าคอมไม่ได้ออกไปไหนนอกจากพันทิพย์และ7/11(ออกไปซื้ออะไรมาสูบ) วันนี้ที่ผมเขียนก็จากประสบการณ์ที่ได้ลองเล่นและใช้งานจริง ไม่ใช่เอามาอัดโชว์แบบสุดๆแล้วก็เก็บเข้ากล่องแล้วไม่ได้เล่นในห้องที่มีอุณหภูมิเหมือนเมืองหนาว หรือว่าใช้ของเหลวช่วยระบายความร้อนครับ

เปิดคอร์
- Phenom II X3 710 (2 ตัว ซื้อเอง-ขายไปแล้ว)
- Phenom II X3 720 (1 ตัว ซื้อเอง-ขายไปแล้ว + ของทดสอบจากเอเอ็มดี 1ตัว-คืนไปแล้ว)
- Phenom II X2 550 (6 ตัว ฝากเพื่อนหิ้วมาจากนอกมาลองดู ทุกวันนี้ขายคนรู้จักไปหมดแล้ว)
- Semporn X1 140 (ของน้องแถวบ้านกับรุ่นน้องที่ทำงานเก่า ช่วยออกค่าลองไปตัวละ 2XX)

เปิด Cache L3
- Phenom II X4 810 (ซื้อมาทำ Core-Router 1ตัว + สำหรับใช้เทสทำบทความถึงทุกวันนี้)
- Phenom II X4 820 (ตัวที่ทางเอเอ็มดีส่งมาให้ทดสอบที่เพิ่งทำบทความไปไม่นานมานี้)


นิยามของซีพียูแต่ละยุค

AMD K8 = Socket 754 939 940 ยุคแรกของซีพียูที่มีคำสั่ง X86-64 ในซีพียูระดับที่คนทั่วๆไปนั้นสามารถซื้อหามาใช้ได้ ส่วนมาต่อท้ายซื่อรุ่นก่อนหน้ารหัสของรุ่นจะมีคำว่า "64" กำกับไว้เสมอ จะสังเกตได้จากโลโก้ของซีพียูในยุค Socket 754 939 940 ได้ครับ 

AMD K8.5 = ก็คือซีพียู K8 ที่มาปรับปรุงเพิ่มเติมในเรื่องของการรองรับเมโมรี DDR2 เข้ามาใช้ยุคนี้ก็เป็นช่วงของซ๊อกเก็ต AM2 ยังมีการย้ำ "64" เหมือนกันยุค K8 AMD K8.5 ยังมีบัคในส่วนของ Cool 'n' Quite ติดตามมาเหมือน AMD K8 เช่นกัน

AMD K10 = ยุคของ Phenom 1 การรองรับเมโมรีจากเดิมที่เคยเป็น DDR2 800 ก็เปลี่ยนมาเป็น DDR2 1066 แต่พวก DDR2 800 667 ก็สามารถที่จะใช้งานร่วมกันได้ครับ ในยุค AMD K10 นั้นเป็นยุคที่ทาง AMD แก้ไขปัญหาเรื่อง Cool 'n' Quite ไปได้หมดแล้ว แต่ก็ยังมีบางเว็บที่มีอคติกับ AMD ชอบบอกว่ายังมีบัค Cool 'n' Quite อยู่ ส่วน Athlon X2 7X50 จริงๆแล้วมันก็คือ AMD K10 ( Phenom 1 Dual Core) ช่วงนี้จะเป็น Socket AM2+

AMD K10.5 = ยุคของ AMD Phenom II และ Athlon II ที่เพิ่มการรองรับเมโมรี DDR3 เพิ่มเติมขึ้นมาจาก Socket AM2+ เลยทำให้เป็นที่มาของซ๊อกเก็ต AM3 ที่ในโปรแกรมยังแสดง ว่าซ๊อกเก็ต AM3 เป็น Socket AM2+ เพราะว่า Socket AM3 มี ID Platform เหมือนกับ Socket AM2+ เพื่อที่ทำให้ซีพียูซ๊อกเก็ต AM3 นั้นสามารถใช้งานร่วมเมนบอร์ดซ๊อกเก็ต AM2+ มีซีพียู AMD K10.5 สองรุ่นเท่านั้นที่เป็นซ๊อกเก็ต AM2+ คือรุ่น Phenom II X4 920 และ 940 Black Edition ใครมีไว้ก็เก็บไว้เป็นอนุสรณ์ได้เลย ไม่มีผลิตแล้วจริงๆ



แล้วซีพียูที่มันสามารถเปิดคอร์ กับ Cache L3 มันมาจากไหน

Phenom II : Revision RB-C2 


อันนี้ก็พูดตามความเป็นจริง ขอก่อนเลยว่าอย่าเพิ่งมาต่อว่าผมและทางเว็บ ผมอยากจะให้ผู้ที่คิดจะซื้อซีพียูลองเปิดคอร์นั้นได้คิดถึงความเสี่ยงด้วย ขอให้เข้าใจในความตั้งใจของผมด้วยก็แล้วกันครับ


ซีพียูที่สามารถเปิดคอร์และแคชได้พูดกันง่ายๆเลยคือซีพียู AMD Phenom II 900 Series ที่เกิดความผิดพลาดในการผลิต จึงทำให้มีการนำเทสอีกครั้งเพื่อมาทำเป็นซีพียู Phenom II 800 700 และ 500 เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มต้นทุนและเสียเวลาออกแบบซีพียูรุ่นที่มีราคาประหยัดลงไปใหม่ จึงทำให้ AMD Phenom II นั้นมีราคาไม่สูงมากเหมือน AMD Phenom II 920 และ 940 BE ตอนที่ออกมาใหม่ๆ ก็ไม่รู้ทำไมผมถึงหาเงินไปซื้อ AMD Phenom II 920 วันแรกๆที่มีขายในเมืองไทยยอมรับว่าราคาสูงมากๆ แต่คนมันอยากได้ อิอิ เลยก็ต้องเสียเงินซื้อกันไปเพื่อที่อยากจะรู้ว่ามันแรง
กว่า Phenom 1 X4 มากมั๊ย แพงกว่า 955BE ราคาที่ขายตอนนี้ซะอีก

ความผิดอะไรของ Deneb Rev. RB-C2 ที่ต้องมาโดนลดแคชหรือปิดคอร์เอาไว้ขายในรุ่นเล็กกว่า
- การทำงานที่ผิดพลาด ไม่ว่าจะคำนวนอะไรที่ละเอียดๆแล้วไม่สามารถใช้ให้ผลที่ควรจะเป็นหรือว่าไม่สามารถที่จะทำงานหนักๆอย่างยาวนานและต่อเนื่องสาเหตุอาจจะเกิดมาจากความผิดพลาดของคอร์ๆนึงหรือว่า Cache L3 ในบางส่วน
- ความร้อนในการทำงานที่สูงเกินไปจากสิ่งที่จะควรเป็น ในกรณีนี้ Deneb Rev. RB-C2 อาจจะสามารถทำงานได้สมบรณ์แต่ว่า เนื่องจากความร้อนของตัวมันเองสูงมากเกินไปในการทำงานเลยอาจจะต้องโดนลดขั้นลงมาเป็น Phenom II รุ่นอื่นๆแทนสาเหตุอาจจะเกิดมาจากความผิดพลาดของคอร์ๆนึงหรือว่า Cache L3 ที่ปล่อยความร้อนผิดปกติ
- การสิ้นเปลืองพลังงานมากผิดปกติจากสเป็คของการออกแบบ อาจจะทำให้ต้องใช้ไฟเลี้ยงที่สูงมากเกินไป ถ้าต้องใช้ไฟเลี้ยงสูงมากเกินไปก็จะทำให้ค่าการออกแบบในการปล่อยความร้อนผิดเพี้ยนไปสาเหตุอาจจะเกิดมาจากความผิดพลาดของคอร์ๆนึงหรือว่า Cache L3 ที่ต้องการพลังงานมากเกิน

ในวงการผู้ผลิตซีพียูหรือว่ากราฟฟิกชิพ เรื่องการปิดหรือลดความสามารถในบางส่วนออกไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างไรครับ เพราะว่าเรื่องลักษณะนี้มันมีมานานแสนนานแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมานั่งสังเกตบ้างมั๊ย ทั้งการ์ดจอหรือว่าซีพียูก็มีให้เห็นได้ตั้งแต่อดีตจนถึงทุกๆวันนี้ ก็อย่าไปคิดว่าเรื่องการที่ผู้ผลิตซีพียูหรือว่ากราฟฟิกชิพ มาปิดโน้นปิดนี่แล้วจับมาตั้งชื่อขายในรุ่นที่ต่ำกว่ามันเป็นเรื่องแปลก 


ในภาพนี้ก็จะเป็นโครงสร้างของ AMD Athlon II X4 Codename Porpus อันนี้ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่จะหวังเอา AMD Athlon II X4 หรือ X3 มาเปิด Cache L3 ให้มีเหมือนกับAMD Phenom II 900 และ 700 series ด้วยนะครับ เพราะว่า Athlon II X4 คือเป็นการนำDeneb Rev. RB-C2 มาตัด L3 ออกไปจากการออกแบบ โดยที่ Athlon II X4 นั้นเป็นการผลิตจากโครงสร้างใหม่นะครับ (อันนี้ก็ไม่ขอยืนยันข้อมูล เพราะว่ามาจากแหล่งข่าวที่บอกไม่ได้) แต่ว่ายังมีโอกาสในการลุ่นเปิดคอร์กับ Athlon II X3 ได้อยู่เหมือนกัน


ตัวล่าสุดที่โดนคัดลดขั้นมาจาก รุ่นฉลอง 10 ปี AMD Athlon ที่มีชื่อรุ่นว่า Athlon II X2 ที่โดนปิดคอร์แล้วกลายเป็นน้องสมพรคนเล็กสุด อันนี้เท่าที่สอบถามข้อมูลมากจากบริษัทแห่งนึงในประเทศที่อยู่ในกลุ่ม EU ได้บอกมาว่าโอกาสที่จะเปิดสมพรมันยากมั๊กๆ บางตัวเปิดได้ก็แต่ไม่สามารถทำงานหนักได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่บางตัวสามารถโอเวอร์คล๊อกไปที่ความเร็วสูงๆได้แต่ผ่านโปรแกรมที่ใช้ในการทดสอบได้บางโปรแกรมเอง แต่บางตัวก็ผ่านได้สองสามอย่างก็มีครับ


ขอสรุปอีกครั้งสำหรับซีพียูที่สามารถเปิดคอร์และแคชได้ก็คือ 

เปิดคอร์
- Phenom II X3 710 (B10),720 (B20) และ 740 (B40) - จากสามเป็นสี่
- Phenom II X2 550 (B50) และ 545 (B45) - จากสองเป็นสี่
- Semporn LE-140 (Athlon II X2 440) - จากหนึ่งเป็นสอง
- Athlon X2 7X50 และ Phenom 1 X3 8X50 (แต่ไม่เป็นที่นิยมกัน เพราะว่ามีน้อยตัวมากๆที่ทำได้)
- Athlon II X3 - จากสามเป็นสี่

เปิด Cache L3 จาก 4MB ไป 6MB
- Phenom II X4 820, 810, 805 และ 800 หลังจากการเปิด L3 แล้วชื่อยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป


สำหรับปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สามารถเปิดคอร์และระเบิดแคช L3 ที่ซ่อนเอาไว้อันดับแรกเลยก็คือซีพียู
ในปัจจัยที่จะเป็นส่วนช่วยที่ทำให้สามารถเปิดคอร์และแคชได้ก็คือเมนบอร์ด ผมก็จะเขียนไว้ต่อจากนี้

 ปัจจัยสำคัญอีกตัวที่จะเป็นตัวช่วยคอยในการสนับสนุนในการเปิดคอร์และแคชได้ก็คือเมนบอร์ด

ที่ตามเว็บบอร์ดต่างประเทศจะเรียกย่อๆว่า Mobo เหมือนกับที่คนในเว็บบอร์ดบ้านเรามักจะเรียกย่อๆว่า "บอร์ด" สำหรับเมนบอร์ดที่จะเลือกหามาทำการเปิดคอร์หรือว่าระเบิดแคชนั้นในช่วงเวลานี้สามารถทำได้บนเมนบอร์ดซิพเซ็ต AMD 7 Series แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าตัวชิพเซ็ตนั้นก็คือเซาบริจน์ที่เป็นตัวแปรสำคัญในงานนี้ เซาบริจน์ที่สามารถใช้ทำการเปิดคอร์และแคชได้นั้นมีอยู่เพียงสองรุ่นเท่านั้นในเวลาขณะนี้คือ SB710 และ SB750 ในอนาคตก็จะมี SB850 ร่วมด้วย
ที่มีฟังก์ชั่น Advanced Clock Calibration หรือเรียกกันย่อๆว่า ACC ที่จะเป็นตัวช่วยทำให้สามารถเปิดคอร์ดและแคชที่แอบซ่อนเอาไว้ ข้อมูลจากบางแห่งก็ว่ามันคือบัคบ้าง ,ความตั้งใจก็มี และสุดท้ายคือความไม่ตั้งใจ จริงๆแล้วสาเหตุมันคือทั้งสามข้อมารวมอยู่ด้วยกันเท่าที่่ผมได้หาข้อมูลจากแหล่งข่าวที่รู้จริงในบริษัทแห่งนึง ว่ากันง่ายๆความไม่ตั้งใจบนความตั้งใจ จะงงๆมั๊ยเนี่ย


SB710


SB750

SB750 และ SB710 มีอะไรทุกๆอย่างเหมือนกัน ต่างกันเพียง RAID5 เท่านั้นครับ 


เคยคิดสงสัยกันมั๊ยว่าทำไมแค่เปลี่ยนแต่เซาบริจน์ก็สามารถเปิดคอร์และแคชได้ ถึงแม้ว่าจะใช้เป็นชิพเซ็ต AMD 7 Series ในยุคแรกอย่าง AMD770,780,790X และ 790FX ที่ในช่วงนั้นจะใช้เซาบริจน์ SB600 และ 700 กันอยู่ พอมาเป็นรุ่นปรับปรุงของชิพเซ็ตเหล่านี้มาใช้เป็นแค่เพียง SB750 และ 710 เปิดคอร์ได้เลย ซึ่งในช่วงแรกของยุคการเปิดคอร์นั้นก็จะมีเพียงแต่เมนบอร์ดชิพเซ็ตAMD790GX+SB750 ที่สามารถทำได้


เพราะว่าลักษณะการติดต่อสื่อสารระหว่าง ซีพียู,ซิพเซ็ตและเซาบริจน์นั้นจะเป็นการพูดคุยและถ่ายทอดคำสั่งลักษณะวนไปเรื่อยๆตามภาพนี้ แต่จริงๆแล้วนี่ไม่ใช่จุดสำคัญอะไรที่ทำให้เซาบริจน์รุ่นที่มีฟังก์ชั่น Advanced Clock Calibration สามารถทำให้คอร์และแคชที่หลับไหลอยู่นั้นสามารถตื่นขึ้นมาให้กลุ่มคนที่ชอบลุ้นและเสี่ยงโชคได้


จริงๆแล้วฟังก์ชั่น ACC เป็นความสามารถที่ฝังอยู่ในเซาบริจน์นั้นเอง แต่ว่าที่มันสามารถไปปลุกคอร์และแคชที่หลับไหลอยู่ให้ตื่นมานั่งทำงานกันได้ เนื่องจาก ACC เป็นฟังก์ชั่นที่มีเส้นทางการติดต่อไปสู่ตัวซีพียูโดยตรง แต่เมื่อมีคนๆนึงที่ได้ทดลองเปิด ACC แบบไม่คิดมากกับ AMD Phenom II X3700 Series ก็ได้คนพบกว่าอีกคอร์นึงที่หลับไหลไปของ X3 720 BE ได้ตื่นขึ้นมาพอที่จะนั่งทำงานได้บ้าง จึงทำให้สู่การทดลองเปิด Cache L3 ของ X4 810 ที่ปกติจะมีอยู่เพียงแค่ 4MB กลายเป็น6MB จึงทำให้ค้นพบ BUG ด้วยความไม่ตั้งใจ (อันนี้เป็นข้อมูลจากทีมวิจัยและพัฒนาแห่งนึง)


จากในภาพถ้าพูดแบบหยาบๆก็ประมาณว่า เซาบริจน์นั้นเป็นส่วนที่มีความสามารถที่จะคอยจิกหัวสั่งซีพียูในช่วงแรกๆของเมนบอร์ดที่ใช้เซาบริจน์ SB750 ออกสู่ตลาดปกติแล้วฟังก์ชั่น ACC ที่เรียกเต็มๆว่าAdvanced Clock Calibration จะแสดงขึ้นเมื่อใช้กับซีพียู AMD Black Edition เท่านั้น ถ้าเป็นซีพียูรุ่นปกติจะไม่โชว์ฟังก์ชั่น Advanced Clock Calibration เนี่ยแหละคือว่าตั้งใจแล้ว ไบออสรุ่นใหม่ๆในช่วงหลังๆที่ผ่านมานี้ถึงแม้กว่าจะไม่ได้ใส่ซีพียู AMD Phenom II Black Edition ลงไปก็ยังคงแสดงฟังก์ชั่น Advanced Clock Calibration ให้เห็นแล้วก็สามารถใช้งานได้เหมือนกับการใช้ซีพียู AMD Phenom II Black Edition


การใช้งานฟังก์ชั่น Advanced Clock Calibration หรือ ACC ในการเปิดคอร์และแคชทำอย่างไร

ถ้าพูดแบบกำปั้นทุบดินเลยก็ให้เปิด ACC หรือว่า Enable ในไบออสสิครับ พูดง่ายๆสั้นๆ แต่ว่าเมนบอร์ดแต่ละยี่ห้ออาจจะมีเทคนิคในการเปิดและส่วนของ ACC แตกต่างกันไปสิครับ อาจจะสับสนกันได้บ้าง

การเปิด ACC หลักๆเลยก็คือไปตั้งค่าให้มันเป็น Enable ในส่วนของ ACC ซึ่งการตั้งค่าที่เคยได้ยินกันมาตั้งแต่ยุคแรกของการเปิดคอร์และแคชก็ให้ตั้งค่าไว้ที่ "AUTO" แต่ถ้าตั้ง auto แล้วยังไม่สามารถที่จะเปิดคอร์และแคชก็ให้ลองเลือกที่ All Core หรือ Per Core แล้วให้ตั้งค่าเป็น -2% ถึง 2% ครับอันนี้สำหรับการเปิดคอร์และแคชของเมนบอร์ดปกติทั่วๆไปแทบทุกยี่ห้อ ปกติแล้วหัวข้อของ ACC อาจจะอยู่ในหัวข้อของในส่วนของการโอเวอร์คล๊อก,การปรับค่าคอนฟิกของซีพียู หรือส่วนอื่นๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อ

แต่ส่วนของ ASUS อาจจะต้องเปิด Unleashing Mode ร่วมด้วย ถ้าในเมนบอร์ด ASUS ถ้าไม่เปิด Unleashing Mode อาจจะไม่สามารถทำการเปิดคอร์หรือว่าแคชได้

ในส่วนของกิ๊กกะไบท์ต้องเลือก EC Firmware เป็น Hybrid ด้วยนะครับ

ตัวอย่างหน้าไบออสของหลายๆยี่ห้อ




คลิกดูรูปใหญ่


คลิกดูรูปใหญ่


คลิกดูรูปใหญ่




ถ้าเปิด ACC แล้วไม่สามารถเปิดคอร์และแคชได้ทำยังไงดี

การแก้ปัญหาแต่ละยี่ห้อ 

-Biostar ส่วนมากเมนบอร์ดยี่ห้อนี้จะต้องใช้ไบออสที่ผ่านการโมดิฟายมาก่อนถึงจะสามารถทำการเปิดคอร์หรือแคชได้ครับ

-Gigabyte ลองอัพเดทไบออสตัวใหม่ๆที่มันมี EC Firmware : Hybird ด้วย

-ASUS ต้องลองเปลี่ยนไบออสหลายๆตัวสลับดู ส่วนมากแล้วในบางรุ่นจะเปิดได้กันไบออสเบต้าหรือMod ปัญหาสำคัญ ถ้าซีพียูตัวไหนไม่มีความเสถียรในการเปิดคอร์หรือว่าแคชที่ซ่อนเอาไว้อยู่แล้ว ก็จะบูตติดยากมากๆ จนถึงบูตไม่ติดเลยก็มี

-Asrock,ESC ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร ถ้าเปิดไม่ได้ก็ลองเปลี่ยนไบออสดู

-MSI ไม่รู้ไม่ค่อยชอบเป็นการส่วนตัว ไม่เคยซื้อมาเล่นตั้งแต่ S.754 แล้ว(มีท่านนึงในเว็บอร์ดแนะนำว่าใช้ไบออสรุ่นใหม่ๆ ที่มี EC Firmware ให้เลือกได้)


ปัญหาจุกจิกหลังจากการเปิดคอร์หรือแคช

1. หลังจากการกดปุ่มพาวเวอร์ไปแล้วระบบไม่ค่อยยอมจะบูตขึ้นภาพมา
- ปัญหามาจากตัวซีพียูที่ไม่ค่อยเสถียรในการเปิดคอร์หรือแคช แต่มีอีกปัญหาที่ไม่ค่อยมีใครคิดนั้นก็คือ ต้องมีการปิดๆเปิดๆหลายรอบถึงจะขึ้นภาพมาได้ซักที ก็ต้องลองเปลี่ยนๆไบออสดูครับ

2. ต้องมีการกดปุ่มพาวเวอร์หรือว่ารีเซ็ตหลังจากกดปุ่มเปิดเครื่องไปแล้ว
- ไบออสไม่ค้นพบ Micro-Code ของซีพียูที่ไม่มีอยู่ในไบออสเนื่องจากว่าการเปิดคอร์นั้นจะทำให้ชื่อของซีพียูนั้นเปลี่ยนไป ทำให้ตัวเมนบอร์ดนั้นเกิดอาการลักษณะย้ำคิด ย้ำทำ ว่าจะบูตระบบให้ขึ้นภาพดีหรือเปล่าครับ

3. บางทีปิดเครื่องไปนานๆแล้วเวลาที่จะใช้ หลังจากเปิดเครื่องทำยังไงก็ไม่บูต
- ปัญหานี้อาจจะเกิดขึ้นกับเมนบอร์ดบางรุ่นเท่านั้น ถ้าร้ายแรงมากก็มีถึงขั้นต้องมานั่ง Clear Cmos กัน ถ้าเจอแบบนี้ลองอัพเดทไบออสดูครับ ส่วนมากหาย

ปล.นี่แค่ความจุกจิกของการเปิดเครื่อง ยังไม่รวมไปถึงปัญหาในการใช้งาน

เปิดคอร์และแคชแล้วได้อะไรกลับมาบ้าง
ก็ได้ความคุ้มค่าไง ซื้อของรุ่นถูกแต่ได้จำนวนคอร์และแคชออกมาเท่ากับรุ่นระดับสูงแต่ถ้าไม่คิดมากเรื่องว่ามันต้องเสถียร 100% มั๊ยก็อย่าไปสนใจอะไรมากถ้ามันใช้ได้แต่ถ้าสนใจความเสถียรที่แท้จริงเทียบเท่าของแท้ก็ควรทำการทดสอบให้ดี การใช้งานจริงๆมันไม่ได้เหมือนการเปิดโปรแกรม Benchmark ไปแล้วปิดเครื่อง ก็ทำใจกับจุดนี้ด้วยสำหรับท่านที่ต้องการนำไปใช้งานจริงพร้อมทั้งเปิดเครื่องไว้นานๆหรือว่าตลอดเวลา เปิดทิ้งไว้เฉยๆอาจจะมีการดับกลางอากาศบ้างก็ต้องทำใจแต่ไม่ใช่ทุกตัวไปจะมีอาการที่แสดงออกมาที่แตกต่างกัน การแก้ปัญหาเพื่อช่วยให้ตัวซีพียูที่ทำการเปิดคอร์หรือแคชนั้นมีความเสถียรที่แท้จริงนั้นก็พอมีทางอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าไม่มีของอยู่กับตัวแล้วต้องเอาเงินไปลงทุนซื้อใหม่ บางทีมันก็คงไม่ค่อยคุ้มเท่าไรมั้ง บางท่านต้องการใช้แค่ความเร็วเดิมๆแต่ต้องลงทุนซื้อฮีทซิงค์ตัวละพันกว่าบาทมาช่วยทำให้ซีพียู
มีความเสถียรอย่างแท้จริง บางทีมันก็เป็นอะไรที่ไม่ค่อยคุ้มที่จะลงทุนกันซะเท่าไร


โปรแกรมที่ใช้วัดความเสถียรแบบเบื้องต้นหลังจากการเปิดคอร์หรือแคช

x264 Benchmark (ตัวนี้อันตรายถ้าคิดอยากที่จะหลอกตัวเองอย่าเทสเป็นอันขาด) 

คลิกดูรูปใหญ่

เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพการเข้ารหัสวีดีโอความละเอียดระดับ HD 
-ถ้ามี Error ที่ตัวโปรแกรมหรือวินโด้ก็แสดงว่าไม่เสถียร แต่อาจจะเทสได้จนเกือบจบ
-ลองเทสดูหลายๆรอบติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง รอบแรกอาจจะผ่านรอบที่สองและต่อไปยากที่จะรอดถ้ามันไม่มีควาเสถียรที่แท้จริง
Download http://www.techarp.com/x264_Benchmar...-Benchmark.rar

CINEBENCH R10

คลิกดูรูปใหญ่

เป็นโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพในการ Render ของระบบเน้นใช้พลังซีพียู
ถ้าไม่อยากหลอกตัวเองก็กดทดสอบ "Rendering (X-CPU)" หลายๆครั้งติดต่อกัน


wPrime

คลิกดูรูปใหญ่

จะใช้เวอร์ชั่น 1.55 หรือ 2.0 ก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องไปตั้งค่าในตัวโปรแกรมในตรงตามจำนวนคอร์ของซีพียู
ถ้าอยากรู้ว่าเสถียรจริงมั๊ยก็ลองเทสที่ 1024M ได้เลยครับ รอเดียวก็พอที่จะรู้เรื่องได้แล้ว


3DMARK 2006

คลิกดูรูปใหญ่

เลือกแต่ CPU Test แล้วตั้งค่าให้มัน Loops ทดสอบทิ้งไว้ซักสองสามชั่วโมง


3DMARK Vantage

คลิกดูรูปใหญ่

ถ้าใครมีจอที่รองรับความละเอียด 1920x1200 ลองทดสอบโหมด Extreme เลยครับหรือว่าให้ทดสอบในโหมดสูงสุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนมากถ้าไม่เสถียรจะตายที่ฉาก CPU Test


LinX

คลิกดูรูปใหญ่

- เลือกจำนวนเมโมรี(แรม)ให้มากที่สุดเท่าที่จะเลือกได้ ถ้าอยากรู้ว่า Memeory Controler มันทำงานไหวมั๊ย 
- 10 รอบเป็นการแค่ความเสถียรเบื้องต้น ถ้าให้รู้ว่าเสถียรจริงมั๊ย 100 รอบขึ้นไป ถึง 10 รอบจะผ่านแต่ 20 รอบไม่ผ่านก็มี


ไม่เคยเห็นมีใครมาพูดเรื่องปัญหาที่อาจจะตามมาหลังจากการเปิดคอร์หรือแคชเลย

ดูผลจากการที่ค่า Micro Code มันผิดปกติ สังเกตดูได้เลยว่าทำไมซีพียูเปิดคอร์อัดยังไงก็ไม่แรงสุดๆ เผลอจะไปสู้ซีพียูที่ไม่ได้เปิดคอร์ที่มีความเร็วต่ำกว่าซะด้วยครับ ลองดูตามภาพแล้วเทียบให้ดีๆได้เลย

CPUMARK 99
 

Super PI 1MB
 

Super PI 32MB


ปล.ใช้เมนบอร์ด DFI 790FXB ที่ในไบออสสามารถลดคอร์ซีพียูได้นำมาใช้ในการทดสอบเทียบ



เปิดคอร์หรือว่าแคชแล้วไม่เสถียรจะแก้ปัญหายังไงดี

- การแก้ปัญหาแบบคิดสั้นขั้นต้นเลยก็คือการเพิ่มไฟเลี้ยงซีพียูเพิ่มมากไปก็ไร้ประโยชน์ เพิ่มนิดเดียวพอแล้ว บางตัวความเร็วเดิมไฟที่ 1.4-1.5 ถึงจะเล่นได้ก็มี แต่ว่ามันจะคุ้มค่าไฟกันมั๊ยเนี่ยครับ
- ทำยังไงก็ได้ให้ซีพียูเย็นลง ไม่ว่าจะเปลี่ยนชุดระบายความร้อน เล่นน้ำ อัดน้ำแข็งแห้ง เล่นไนโตรเจนเหลว หรือยกไปเล่นในห้องที่มันเย็นๆ แต่ไม่ต้องถึงขั้นเปิดแอร์เหมือนเมืองหนาวแบบบางคน
- คิดสั้นอีกแบบ ลดตัวคูณ HT-Link ให้ต่ำลงพอช่วยบรรเทาได้
- คิดสั้นแบบไร้สาระลดบัสซีพียูให้ต่ำกว่ามาตาฐานลงไปอีก (ไม่ใช่บอร์ดทุกรุ่นจะทำได้)


ทำไม AMD เล่นแรมยากจัง ทั้งๆที่แรมคู่นี้ก็เลยเล่นกันอินเทลได้ดีมากๆ

ธรรมชาติของ Memory controler ของซีพียู K10 และ K10.5 มันพัฒนามาจากซีพียูระดับ Server หรือว่า Workstation ที่มีชื่อว่า Opteron โดยต้นตอของการพัฒนาเริ่มมาจากซีพียู Athlon FX 7X Socket F ซึ่ง Memory controler นั้นมีฟังก์ชั่น ECCเหมือนกับซีพียู Opteron แล้วยิ่งนำซีพียู AMD K10 และ K10.5 ไปใช้งานร่วมกับตัวเมนบอร์ดรุ่นที่รองรับการใช้งานเมโมรี ECC ได้ก็สามารถนำเมโมรีแบบ ECC มาใช้งานร่วมกันได้อย่างเต็มที่ไม่ได้แตกต่างกับ Opteron ก็แสดงว่าสามารถเอา AMD K10 และK10.5 ไปใช้เป็น Server และ Workstation แบบราคาประหยัดได้ 

ถ้าจะซื้อแรมมาทำการโอเวอร์คล๊อกกับซีพียู AMD ก็ต้องทำการบ้านกันหน่อย ไม่ว่าจากเว็บบอร์ดต่างๆจากทั่วโลกเพื่อดูว่าเมโมรีรุ่นไหนทำการโอเวอร์คล๊อกกับ AMD ได้ดีแล้วค่อยเลือกซื้อหามาใช้งานกันก็ไม่สายเกินไป แต่ถ้าหามาลองได้ยิ่งดีด้วย เพราะว่าจะได้

ลองกับระบบที่ใช้อยู่ว่ามันทำการโอเวอร์คล๊อกได้ดีจริงๆหรือไม่ 

 ที่มา http://forums.overclockzone.com/forums/showthread.php?t=545326

Comment

Comment:

Tweet

This is a neat <a href="http://xdmlpffxdr.com">sumyarm.</a> Thanks for sharing!

#3 By drFHBpr2XD (89.96.195.44) on 2013-08-28 04:07

Frankly I think that's <a href="http://xoqyzdis.com">ablleutosy</a> good stuff.

#2 By 8GpkRa0OHN (213.144.132.98) on 2013-08-24 05:14

What a joy to find soenome else who thinks this way.

#1 By 49AVVAYFtfW9 (94.23.238.222) on 2013-08-19 05:16